เรียบเรียงโดย น.ส.จิราภรณ์ พุ่มพันธ์วงษ์
วันที่ 22 เมษายน 2557สำหรับวันที่ 17 เมษายน 2557 อ.ดร.เจนศึก โพธิศาสตร์ ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าอบรม เรื่อง โครงการ/โครงงานการสืบค้นรวบรวม และ จัดทำแหล่งการเรียนรู้ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้
ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ ดร.เจนศึก ได้ให้ผู้เข้าอบรมทำกิจกรรมกลุ่ม โดยอาศัยกระบวนการ PBL (Preject Base Learning) จนผู้เข้าอบรมสามารถจัดทำร่างโครงงานได้ 1 โครงงาน คือ โครงงานสำรวจแหล่งการเรียนรู้
ชื่อโครงงาน สำรวจการใช้แหล่งการเรียนรู้ของผู้เข้าฝึกอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูของคุรุสภา
9
มาตรฐานครั้งที่
1
ผู้จัดทำ
1.นางสาวจิราภรณ์ พุ่มพันธ์วงษ์ เลขที่ 0187 หัวหน้า
2.นางสาวจำลอง แสงทอง เลขที่ 0943 รองหัวหน้า
3.นางสาววรัญญา
เฮงเจริญ เลขที่ 0129 สมาชิก
4.นางสาวกานดาวดี ขวัญมงคล เลขที่ 2339 สมาชิก
5.นางสาววรยล เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขที่ 0108 สมาชิก
6.
นายเทพฤทธิ์ สุภโอภาส เลขที่ 0114 สมาชิก
7.นางสาวธนาพร สุมณฑา เลขที่ 4472 เลขานุการ
ที่ปรึกษาโครงงาน
อ.ดร.เจนศึก
โพธิศาสตร์
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
สังคมปัจจุบันและอนาคตเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้
(Knowledge-Based Economy) การเรียนรู้ ความรู้และนวัตกรรม เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาส่งเสริม
การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากสภาพสังคมอยู่ในสภาวะที่โลกเปลี่ยนผ่าน (Transformation) จากเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (Industrial Economy) มาสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ ที่ระบุไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2549) แสดงให้เห็นถึงสภาพสังคมที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสแห่งโลก
และสร้างความตระหนักให้ผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษา
ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาที่เน้นศักยภาพของคนไทย
ให้เป็นผู้มีความรอบรู้ และได้ระบุเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาไว้ชัดเจนว่า “การพัฒนาคนอย่างสมดุล สร้างสังคมคุณธรรม ภูมิปัญญาและการเรียนรู้
พัฒนาสภาพแวดล้อมและสังคม” ในส่วนของการพัฒนาบุคคล
เป็นการพัฒนาคนตามแนวหลักเศรษฐกิจพอเพียง นั่นคือการยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
เพื่อให้คนไทยมีความสุข พึ่งตนเอง
และก้าวทันโลกโดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้
สามารถเลือกใช้ความรู้และเทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่าเหมาะสม มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี
มีความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม
ความซื่อสัตย์สุจริต และพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนเก่ง คนดี
และมีความสุข สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญา มีความรู้ ค่านิยมคุณธรรมและจริยธรรมในการดำรงชีวิต
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
(สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2545 : 4-6)
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 มีสาระสำคัญที่สร้างเสริมความรู้
การเรียนรู้ ความใฝ่รู้ การศึกษาค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่สังคมความรู้ (Knowledge
Society) และสังคมการเรียนรู้ (Learning
Society) ซึ่งสะท้อนบทบาทของแหล่งการเรียนรู้ ในมาตรา ๒๕ รัฐต้องส่งเสริม
การดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุด
พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์
อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การศึกษา และนันทนาการ แหล่งข้อมูล
และแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียง และมีประสิทธิภาพ (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา 2547a:a14) แนวการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาชาติ กล่าวถึง การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ผู้เรียนต้องเห็นแบบอย่างที่ดี ได้ฝึก การคิด ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการ และมีความสุขในการเรียนรู้ ครู คณาจารย์
รู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล เตรียมการสอนและใช้สื่อที่ผสมผสานความรู้สากลกับภูมิปัญญาไทย
จัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จัดหาและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย
เพื่อพัฒนาความคิดของผู้เรียนอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2548a: 3-9)
เป้าหมายการจัดการเรียนรู้ต้องมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเป็นสำคัญ
เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ และสื่อต่างๆ อย่างกว้างขวาง
สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ในห้องเรียนและชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
เกิดคุณลักษณะใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การศึกษาค้นคว้าดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากแหล่งการเรียนรู้ทั้งในสถานศึกษาและท้องถิ่น
ดังนั้นสถานศึกษาต้องจัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ทุกรูปแบบและหลากหลาย
พร้อมทั้งแนะนำผู้เรียนให้ใช้แหล่งการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์
แต่ในสภาพจริงผู้สอนอาจจะยังไม่ได้ใช้แหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีศักยภาพ
เนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านเวลา สถานที่
และความรู้ความเข้าใจของผู้สอนที่มีต่อการเลือกใช้แหล่งการเรียนรู้ หรือแหล่งการเรียนรู้ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น
การสำรวจและจำแนกแหล่งการเรียนรู้ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ที่เข้าฝึกอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูของคุรุสภา
9 มาตรฐานครั้งที่ 1ได้รับทราบถึงประเภทของแหล่งการเรียนรู้
และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนของตนเองได้อนาคต
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1.
เพื่อศึกษาประเภทแหล่งการเรียนรู้
2.
เพื่อจำแนกประเภทแหล่งการเรียนรู้
ขอบเขตของการทำโครงงาน
1.
สำรวจและสังเคราะห์แหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ
จากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและเอกสารอ้างอิงต่างๆ โดยข้อมูลที่ศึกษาต้องมีระยะเวลาการเผยแพร่ตั้งแต่ปี
2550 ขึ้นไป
2.
สำรวจข้อมูลแหล่งการเรียนรู้จากผู้เข้าฝึกอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูของคุรุสภา
9 มาตรฐาน
ครั้งที่
1มาตรฐานที่ 8 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ระหว่างวันที่ 16 – 22
เมษายน 2557จำนวน 32 คน
เครื่องมือในการดำเนินงาน
1. แบบบันทึกประเภทของแหล่งการเรียนรู้
2. แบบสำรวจข้อมูลการใช้แหล่งการเรียนรู้
วิธีดำเนินงาน
1.
ประชุมระดมสมองเพื่อเลือกหัวข้อในการสำรวจข้อมูล
2.
เลือกกลุ่มเป้าหมายและวิธีการสำรวจข้อมูล
3.
ออกแบบแบบสอบถามเพื่อใช้ในการสำรวจข้อมูล
4.
ดำเนินการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเป้าหมาย
5.
รวบรวมแบบสอบถาม
เพื่อจำแนกประเภทแหล่งการเรียนรู้
6.
ประมวลผลข้อมูลแหล่งการเรียนรู้แต่ละประเภทเพื่อคิดเป็นร้อยละ
7.
สรุปและเขียนรายงานโครงงาน
8.
นำเสนอโครงงาน
แผนปฏิบัติงาน
ลำดับที่
|
กิจกรรม
|
ระยะเวลา
|
ทรัพยากร / ปัจจัย
|
ผู้รับผิดชอบ
|
1
|
Plan
- ประชุมระดมสมองเพื่อเลือกหัวข้อในการสำรวจข้อมูล
- เลือกกลุ่มเป้าหมายและวิธีการสำรวจข้อมูล
- ออกแบบแบบสอบถามเพื่อใช้ในการสำรวจข้อมูล
|
17 เม.ย.57
|
-
|
สมาชิกกลุ่ม
|
2
|
Do
- ดำเนินการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเป้าหมาย
- รวบรวมแบบสอบถาม เพื่อจำแนกประเภทแหล่งการเรียนรู้
|
19 เม.ย.57
|
- แบบสอบถาม
- รายงานโครงงาน
|
สมาชิกกลุ่ม
|
3
|
Check
-
ประมวลผลข้อมูลแหล่งการเรียนรู้แต่ละประเภทเพื่อคิดเป็นร้อยละ
- นำโครงร่างของโครงงานปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา
เพื่อปรับแก้ไข
|
19 เม.ย.57
|
โครงร่างโครงงาน
|
สมาชิกกลุ่ม
|
4
|
Action
- สรุปและเขียนรายงานโครงงาน
- นำเสนอโครงงาน
|
20 เม.ย.57
|
สมาชิกกลุ่ม
|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ครูหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษา
สามารถนำข้อมูลประเภทของแหล่งการเรียนรู้ที่สำรวจไปใช้อ้างอิงและประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของตนเองในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
การเข้าถึง https://sites.google.com/site/punaoy/kha/phumipayya-1/khwamsakhaykhxnghaelngkarreiynru วันที่ 17 เมษายน 2557
การเข้าถึง http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~cpornth1/Web_SciProject/a09.htm#border
วันที่ 17 เมษายน 2557
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น